$0 Thailand — Quick-Start Checklist

จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม: ขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียม

จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม: ขั้นตอนและเอกสารที่ต้องเตรียม

หลายคนทราบว่าต้องการรับบุตรบุญธรรม แต่ไม่รู้ว่าเส้นทางจากความตั้งใจไปสู่การจดทะเบียนจริงมีกี่ขั้นตอน ใช้เวลานานแค่ไหน และมีอะไรที่ทำให้ล้มเหลวกลางทางบ้าง ความจริงคือกระบวนการนี้ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 1 ปีในกรณีทั่วไป และมีจุดสะดุดหลายจุดที่คู่มือราชการไม่ได้บอกไว้ชัดเจน

สองเส้นทางที่แตกต่างกัน

ก่อนพูดถึงเอกสาร ต้องเข้าใจก่อนว่าการรับบุตรบุญธรรมในไทยมีสองเส้นทางหลัก

เส้นทางที่หนึ่ง: ผ่านกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) สำหรับผู้ที่ต้องการรับเด็กจากสถานสงเคราะห์ของรัฐ กระบวนการทั้งหมดอยู่ภายใต้การกำกับของ ดย. ตั้งแต่การลงทะเบียนแสดงความประสงค์ การอบรม การประเมินครอบครัว การจับคู่เด็ก ไปจนถึงการทดลองเลี้ยงดูไม่น้อยกว่า 6 เดือนก่อนจดทะเบียน

เส้นทางที่สอง: จดทะเบียนที่สำนักงานเขต/ที่ว่าการอำเภอ สำหรับกรณีที่ผู้รับบุตรบุญธรรมรู้จักเด็กอยู่แล้ว เช่น ลูกของญาติ ลูกติดของคู่สมรส หรือเด็กที่ครอบครัวเดิมยินยอมยกให้ กระบวนการนี้ไม่ต้องผ่าน ดย. แต่ต้องมีเอกสารยินยอมจากทุกฝ่ายและผ่านกระบวนการของกรมการปกครอง

คุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ขอรับบุตรบุญธรรม

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/19 ผู้ขอรับบุตรบุญธรรมต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์ และต้องแก่กว่าเด็กที่จะรับเป็นบุตรบุญธรรมอย่างน้อย 15 ปี ผู้ที่มีคู่สมรสต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสด้วย และหากเด็กมีอายุเกิน 15 ปี เด็กต้องยินยอมด้วยตนเอง

ขั้นตอนผ่าน ดย. แบบละเอียด

ขั้นตอนที่ 1: ลงทะเบียนออนไลน์ เข้าระบบที่ adoption.dcy.go.th เพื่อลงทะเบียนแสดงความประสงค์และนัดหมายการอบรม ระบบดิจิทัลนี้เริ่มใช้งานอย่างเต็มรูปแบบในปี 2568 ช่วยลดการเดินทางไปที่สำนักงานโดยไม่จำเป็น

ขั้นตอนที่ 2: เข้าอบรมตามหลักสูตรของ ดย. การอบรมครอบคลุมทฤษฎีความผูกพัน (Attachment Theory) ผลกระทบของการถูกทอดทิ้งต่อจิตใจเด็ก ทักษะการสื่อสาร และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ขั้นตอนนี้บังคับและไม่สามารถข้ามได้

ขั้นตอนที่ 3: การเยี่ยมบ้าน (Home Study) นักสังคมสงเคราะห์จะเดินทางมาประเมินที่พักอาศัย สภาพแวดล้อม ฐานะการเงิน และความพร้อมทางจิตใจ นี่คือจุดที่คนจำนวนมากสะดุด โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในคอนโดหรือบ้านเช่า เนื่องจากเจ้าหน้าที่บางรายตีความว่าการเช่าที่พักไม่ใช่ความมั่นคง อย่างไรก็ตาม กฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่พักอาศัย ข้อสำคัญคือต้องแสดงให้เห็นว่าที่พักมีพื้นที่เพียงพอและสภาพแวดล้อมเหมาะสมกับเด็ก

ขั้นตอนที่ 4: การจับคู่และทดลองเลี้ยงดู เมื่อผ่านการประเมินแล้ว ดย. จะจับคู่กับเด็กที่เหมาะสม ก่อนจดทะเบียนจริงต้องทดลองเลี้ยงดูเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน โดยมีนักสังคมสงเคราะห์ติดตามผลอย่างใกล้ชิด

ขั้นตอนที่ 5: จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม เมื่อครบกำหนดและผ่านการติดตามผลแล้ว นำเอกสารครบถ้วนไปจดทะเบียนที่สำนักงานเขตหรืออำเภอ

Free Download

Get the Thailand — Quick-Start Checklist

Everything in this article as a printable checklist — plus action plans and reference guides you can start using today.

เอกสารที่ต้องเตรียม

สำหรับผู้ขอรับบุตรบุญธรรม:

  • บัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน
  • ทะเบียนสมรส (กรณีมีคู่สมรส)
  • หนังสือยินยอมจากคู่สมรส (ถ้ามี)
  • หลักฐานรายได้และการจ้างงาน เช่น สลิปเงินเดือน หรือหลักฐานธุรกิจ
  • ผลตรวจสุขภาพ รวมถึงผลตรวจสุขภาพจิต (บางพื้นที่กำหนด)
  • ผลตรวจสอบประวัติอาชญากรรม
  • ภาพถ่ายที่พักอาศัยทุกห้อง

สำหรับเด็กที่จะรับเป็นบุตรบุญธรรม:

  • สูติบัตรหรือหลักฐานการเกิด
  • หนังสือยินยอมจากบิดามารดาโดยกำเนิด หรือหลักฐานว่าอำนาจปกครองสิ้นสุดโดยคำสั่งศาล
  • ประวัติสุขภาพของเด็ก

ระยะเวลาที่คาดได้จริง

จากประสบการณ์ของผู้ที่ผ่านกระบวนการมาแล้ว ตั้งแต่ลงทะเบียนจนถึงจดทะเบียนสำเร็จใช้เวลาโดยเฉลี่ย 12-18 เดือน กรณีที่เร็วที่สุดคือประมาณ 9 เดือน กรณีที่มีความซับซ้อนด้านเอกสาร เช่น ตามหาบิดามารดาเดิมไม่ได้หรือต้องรอคำสั่งศาล อาจใช้เวลา 2-3 ปี

การเข้าใจกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่ต้นช่วยให้เตรียมตัวได้ถูกต้องและไม่เสียเวลากับการยื่นเอกสารผิดหรือผิดช่องทาง คู่มือครอบครัวอุปถัมภ์และการรับบุตรบุญธรรมในประเทศไทย รวบรวมทุกขั้นตอนพร้อมเช็กลิสต์ที่ใช้งานได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาค้นข้อมูลจากหลายแหล่งอีกต่อไป

Get Your Free Thailand — Quick-Start Checklist

Download the Thailand — Quick-Start Checklist — a printable guide with checklists, scripts, and action plans you can start using today.

Learn More →