สมรสเท่าเทียมกับสิทธิรับบุตรบุญธรรม: คู่สมรสเพศเดียวกันในไทยทำอะไรได้บ้าง
สมรสเท่าเทียมกับสิทธิรับบุตรบุญธรรม: คู่สมรสเพศเดียวกันในไทยทำอะไรได้บ้าง
พระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียม มีผลบังคับใช้วันที่ 23 มกราคม 2568 คือการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดในกฎหมายครอบครัวไทยในรอบหลายสิบปี ผลกระทบที่ตามมาต่อระบบการรับบุตรบุญธรรมมีความสำคัญมากสำหรับคู่สมรสเพศเดียวกันที่ต้องการมีลูก
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปหลังกฎหมายสมรสเท่าเทียม
ก่อนปี 2568: กฎหมายใช้คำว่า "สามี" และ "ภริยา" ทำให้การรับบุตรบุญธรรมร่วมกันเป็นสิทธิเฉพาะของคู่ชาย-หญิงที่จดทะเบียนสมรสเท่านั้น คู่รักเพศเดียวกันสามารถรับบุตรบุญธรรมได้เพียงคนใดคนหนึ่งในฐานะบุคคลเดี่ยว ทำให้อีกฝ่ายไม่มีสถานะทางกฎหมายกับเด็ก
หลังปี 2568: กฎหมายเปลี่ยนคำว่า "สามี-ภริยา" เป็น "คู่สมรส" ซึ่งเป็นกลางทางเพศ คู่สมรสเพศเดียวกันที่จดทะเบียนสมรสแล้วมีสิทธิ:
- รับบุตรบุญธรรมร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์ตามกฎหมาย
- ทำ Step-parent Adoption คือรับบุตรของคู่สมรสเป็นบุตรบุญธรรมตนเองได้โดยตรง
- มีสิทธิและหน้าที่ในฐานะพ่อแม่ตามกฎหมายเท่าเทียมกับคู่สมรสต่างเพศ
สิทธิบนกระดาษกับความเป็นจริงในทางปฏิบัติ
การที่กฎหมายรับรองสิทธิแล้วไม่ได้แปลว่าการปฏิบัติจริงจะราบรื่นทันที รายงานของ UNDP และ OHCHR ระบุถึงความท้าทายที่ยังคงมีอยู่
ระเบียบปฏิบัติยังอยู่ระหว่างปรับปรุง: กรมกิจการเด็กและเยาวชนกำลังปรับแนวทางการประเมินครอบครัวให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่ เจ้าหน้าที่บางส่วนในพื้นที่อาจยังไม่ได้รับการอบรมเกี่ยวกับการประเมินคู่สมรสเพศเดียวกัน
ความเสี่ยงเรื่องการเลือกปฏิบัติ: แม้กฎหมายห้ามการเลือกปฏิบัติ แต่ในทางปฏิบัติ คู่สมรสเพศเดียวกันบางคู่อาจเผชิญกับทัศนคติที่ไม่เป็นมิตรในขั้นตอนการเยี่ยมบ้านหรือการประเมิน การมีความพร้อมในการบันทึกและรายงานปัญหาจึงเป็นสิ่งสำคัญ
ระบบการศึกษาและสาธารณสุข: ยังมีความจำเป็นในการให้ความรู้โรงเรียนและสถานพยาบาลเพื่อให้รับรองสถานะ "คู่สมรส" ของพ่อแม่สองคนที่มีเพศเดียวกัน
ขั้นตอนสำหรับคู่สมรสเพศเดียวกัน
กระบวนการพื้นฐานไม่ต่างจากคู่สมรสต่างเพศ แต่มีสิ่งที่ควรเพิ่มเติม
ขั้นตอนที่ 1: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าจดทะเบียนสมรสตาม พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมแล้ว ทะเบียนสมรสที่ได้มาก่อนวันที่ 23 มกราคม 2568 ภายใต้กฎหมายเดิมอาจต้องยืนยันสถานะกับหน่วยงาน
ขั้นตอนที่ 2: ติดต่อสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) หรือกรมกิจการเด็กและเยาวชนโดยตรงเพื่อสอบถามแนวทางปฏิบัติปัจจุบัน เนื่องจากระเบียบกำลังอัปเดตอยู่
ขั้นตอนที่ 3: ลงทะเบียนในระบบ adoption.dcy.go.th และเข้าสู่กระบวนการอบรมและประเมินครอบครัวตามปกติ
ขั้นตอนที่ 4: หากพบปัญหาการเลือกปฏิบัติในกระบวนการ สามารถร้องเรียนได้ที่กรมกิจการเด็กและเยาวชนส่วนกลาง
Free Download
Get the Thailand — Quick-Start Checklist
Everything in this article as a printable checklist — plus action plans and reference guides you can start using today.
Step-parent Adoption สำหรับครอบครัว LGBTQ+
กรณีที่พบบ่อยขึ้นคือคู่สมรสที่มีบุตรจากความสัมพันธ์ก่อนหน้า เช่น หนึ่งในคู่สมรสมีลูกติดมา คู่สมรสอีกคนสามารถรับเด็กคนนี้เป็นบุตรบุญธรรมได้ผ่านกระบวนการ Step-parent Adoption ซึ่งไม่ต้องผ่านการจัดหาของ ดย. แต่ต้องได้รับความยินยอมจากพ่อหรือแม่โดยกำเนิดอีกฝ่าย
การดำเนินการนี้ช่วยให้เด็กมีพ่อแม่สองคนที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีสิทธิในมรดก และมีความมั่นคงทางกฎหมายหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น คู่สมรสที่เป็นพ่อแม่ชีวภาพของเด็กเสียชีวิต
คู่มือครอบครัวอุปถัมภ์และการรับบุตรบุญธรรมในประเทศไทย ครอบคลุมข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสิทธิของครอบครัวหลังกฎหมายสมรสเท่าเทียม พร้อมขั้นตอนปฏิบัติสำหรับทุกรูปแบบครอบครัว
Get Your Free Thailand — Quick-Start Checklist
Download the Thailand — Quick-Start Checklist — a printable guide with checklists, scripts, and action plans you can start using today.