$0 Thailand — Quick-Start Checklist

คุณสมบัติรับบุตรบุญธรรม: ใครรับได้บ้าง คนโสด รับลูกเลี้ยงได้ไหม

คุณสมบัติรับบุตรบุญธรรม: ใครรับได้บ้าง คนโสด รับลูกเลี้ยงได้ไหม

คำถามที่ได้รับบ่อยที่สุดจากคนที่กำลังคิดเรื่องนี้คือ "เราผ่านเกณฑ์ไหม?" คำตอบสั้นๆ คือ กฎหมายไทยกำหนดเกณฑ์ไว้กว้างกว่าที่หลายคนคิด แต่การปฏิบัติจริงในชั้นของเจ้าหน้าที่อาจแคบกว่าตัวกฎหมาย และนั่นคือสิ่งที่ต้องเตรียมตัวรับมือ

อายุเท่าไหร่ถึงรับบุตรบุญธรรมได้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/19 กำหนดชัดเจนสองเงื่อนไข

หนึ่ง: ผู้รับบุตรบุญธรรมต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์

สอง: ผู้รับบุตรบุญธรรมต้องแก่กว่าเด็กที่จะรับอย่างน้อย 15 ปี เงื่อนไขนี้สำคัญมากในทางปฏิบัติ เช่น หากเด็กอายุ 1 ปี ผู้รับต้องมีอายุอย่างน้อย 16 ปี แต่เนื่องจากเงื่อนไขแรกบังคับ 25 ปีขึ้นไป เกณฑ์จริงสำหรับเด็กทารกคือผู้รับต้องอายุ 25 ปีขึ้นไปและแก่กว่าเด็กอย่างน้อย 15 ปีเสมอ

ไม่มีเพดานอายุสูงสุดที่กฎหมายกำหนด แต่กรมกิจการเด็กและเยาวชนพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายกรณี ผู้ที่มีอายุมากมักถูกพิจารณาให้จับคู่กับเด็กที่มีอายุมากกว่า

คนโสดรับบุตรบุญธรรมได้ไหม

ได้ กฎหมายไทยไม่ได้กำหนดว่าต้องมีคู่สมรส คนโสดสามารถยื่นขอรับบุตรบุญธรรมได้โดยไม่ผิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ คนโสดอาจต้องผ่านการประเมินที่เข้มข้นกว่าคู่สมรส เนื่องจากเจ้าหน้าที่พิจารณาว่าเด็กจะได้รับการดูแลที่ครอบคลุมเพียงพอหรือไม่ สิ่งที่ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือสำหรับผู้สมัครโสด ได้แก่ ความมั่นคงทางรายได้ ระบบสนับสนุนจากครอบครัวหรือเครือข่ายสังคมที่แข็งแกร่ง และความพร้อมในการอธิบายว่าเด็กจะได้รับการดูแลอย่างไรในสถานการณ์ต่างๆ

รับลูกเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม ทำได้อย่างไร

"ลูกเลี้ยง" ในที่นี้หมายถึงเด็กที่คู่สมรสนำมาจากความสัมพันธ์ก่อนหน้า กฎหมายเรียกว่า "Step-parent Adoption" ซึ่งหลังพระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียม พ.ศ. 2568 คู่สมรสทุกเพศสามารถรับบุตรของคู่สมรสเป็นบุตรบุญธรรมตนเองได้

กระบวนการสำหรับกรณีนี้แตกต่างจากการรับเด็กจากสถานสงเคราะห์ โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการจัดหาของ ดย. แต่ต้องได้รับความยินยอมจากบิดาหรือมารดาโดยกำเนิดอีกฝ่าย (ที่ไม่ใช่คู่สมรสปัจจุบัน) ยกเว้นถูกถอนอำนาจปกครองโดยคำสั่งศาลแล้ว จากนั้นนำเอกสารไปจดทะเบียนที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ

Free Download

Get the Thailand — Quick-Start Checklist

Everything in this article as a printable checklist — plus action plans and reference guides you can start using today.

เอาลูกเขามาเลี้ยง ต่างกับรับบุตรบุญธรรมอย่างไร

คนไทยจำนวนมาก "เอาลูกเขามาเลี้ยง" โดยไม่ได้จดทะเบียนอะไรทั้งสิ้น อาจเป็นลูกของพี่น้อง เพื่อนบ้าน หรือคนรู้จักที่ไม่พร้อมเลี้ยง สถานการณ์นี้มีความเสี่ยงสำคัญ

ในทางกฎหมาย เด็กยังอยู่ภายใต้อำนาจปกครองของพ่อแม่โดยกำเนิด พ่อแม่สามารถเรียกเด็กคืนได้ทุกเมื่อโดยไม่ผิดกฎหมาย เด็กไม่มีสิทธิในมรดกของผู้ที่เลี้ยงดูโดยอัตโนมัติ และในกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน ผู้เลี้ยงดูอาจไม่มีอำนาจลงนามในเอกสารทางการแพทย์แทนเด็ก

การจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมเปลี่ยนสถานะนี้อย่างถาวร อำนาจปกครองโอนมาที่ผู้รับบุตรบุญธรรมทันทีนับจากวันจดทะเบียน

เงื่อนไขอื่นที่ต้องผ่านการประเมิน

นอกจากอายุและสถานะสมรสแล้ว กรมกิจการเด็กและเยาวชนยังพิจารณา

  • รายได้: ต้องพิสูจน์ว่ามีรายได้เพียงพอสำหรับเลี้ยงดูเด็กในระยะยาว ไม่มีตัวเลขขั้นต่ำตายตัวในกฎหมาย แต่เจ้าหน้าที่จะพิจารณาจากสลิปเงินเดือนและสถานะทางการเงินโดยรวม
  • ที่พักอาศัย: ต้องมีพื้นที่เพียงพอและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับเด็ก ผู้ที่เช่าที่พักสามารถสมัครได้ แต่ควรเตรียมเอกสารแสดงความมั่นคงเพิ่มเติม เช่น สัญญาเช่าระยะยาว
  • สุขภาพ: ผลตรวจสุขภาพที่แสดงว่าไม่มีโรคที่กระทบต่อการเลี้ยงดูเด็ก
  • ประวัติอาชญากรรม: ต้องไม่มีประวัติที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงหรือการละเมิดเด็ก

หากต้องการเข้าใจกระบวนการทั้งหมดอย่างละเอียด รวมถึงวิธีเตรียมตัวสำหรับการเยี่ยมบ้านและการสัมภาษณ์ คู่มือครอบครัวอุปถัมภ์และการรับบุตรบุญธรรมในประเทศไทย รวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว พร้อมคำแนะนำที่เป็นภาษาปกติ ไม่ใช่ภาษากฎหมายที่อ่านแล้วยิ่งสับสน

Get Your Free Thailand — Quick-Start Checklist

Download the Thailand — Quick-Start Checklist — a printable guide with checklists, scripts, and action plans you can start using today.

Learn More →